วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2558

ใส่ขาสั้นยังไงให้สวย เปรี้ยว เริ่ด ทันสมัย

กางเกงที่ใส่ขอแนะนำให้เป็นขาสั้น แต่เราจะใส่กางเกงขาสั้นยังไงไม่ให้ดูโทรม หรือดูผิดที่ ผิดทางเหมือนจะไปทะเล ทั้งๆ ที่เดินช้อปปิ้งอยู่ในห้างฯ กลางกรุง ทำยังไงเราถึงจะใส่กางเกงขาสั้นแล้วยังดูดี เปรี้ยว เริ่ด ทันสมัย ว่าแล้วก็ต้องอ่านกันต่อไป…

ใส่กางเกงขาสั้นยังไงไม่ให้ดูโป๊ อยากใส่กางเกงขาสั้นเพราะมันแสนสบาย แต่ก็กลัวผู้ชายจ้องตาเป็นมัน เคล็ดลับไม่ให้ตัวเองดูเป็นลูกแมวยั่วสวาทคือ
1. อย่าใส่กางเกงที่รัดเกินจนเป้ายิ้ม หรือสั้นจุ๊ดจู๋ เกินเหตุ ยังไงเราแนะนำว่าขากางเกงไม่ควรสั้นกว่าความกว้างของสะโพก
2. ไม่อยากส่งกระแสความเซ็กซี่ผิดเวลา ควรหลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าส้นสูงกับกางเกงขาสั้น โดยเฉพาะส้นเข็ม ผู้ชายเขาบอกว่า
ลุคนี้ยั่วยวนเกิน
3.อย่าโชว์ผิวสาวในส่วนบน เลือกใส่เสื้อตัวยาวปิดขอบกางเกง สไตล์มิดชิดมีแขน ไม่โชว์สะดือ อย่ารัดติ้ว หลวมๆ สบายๆ เข้าไว้แค่นี้ก็ดูดีแล้ว
+ อยากจะตัดกางเกงยีนส์ขาสั้นใส่เองเหรอจำไว้ว่า อย่าตัดสั้นเกินไป จนเห็นกระเป๋ากางเกงแพลมออกมาแบบ เคิร์สเตน ดันสต์ ทำให้ดูไม่งามอย่างแรง ทางที่ดี ก่อนตัดหาชอล์ก หรือดินสอมาร่าง ลงบนกางเกงก่อนว่าจะเอาเป็นขอบตรง หรือขอบโค้ง และความยาวระดับไหน ยังไงเผื่อเวลาซักแล้วผ้าจะลุ่ยขึ้นบ้างสัก 2 ซม. และตัดให้ข้างหลังยาวกว่าข้างหน้า ไม่งั้นเวลาเดินหรือเวลานั่งจะได้ไม่โป้ ส่วนเรื่องการตกแต่งความสวย เปรี้ยว เฉี่ยวล้ำ เพิ่มคงต้องใช้ความคิด สร้างสรรค์ส่วนตัวกันหน่อยล่ะ
+ Best Shorts for You
เอวสูง
สาวที่มีหน้าท้องควรใส่กางเกงขาสั้นเอวสูง เพราะขอบกางเกงจะช่วยเก็บหน้าท้องของคุณให้ดูราบขึ้น นอกจากนี้สาวๆ ที่สูงไม่ถึง 160 ซม. จะดูดีที่สุด ในกางเกงขาสั้นเอวสูงที่ทำให้ดูขายาว ยิ่งถ้าใส่เสื้อที่ตัวยาวด้วย ก็จะทำให้ดูรูปร่างเพรียวบางเอวสูงระดับกลาง สำหรับสาวที่สูงไม่ถึง 165 ซม. ยิ่งใครที่หุ่นทื่อๆ คือ ดูเอวกับสะโพกไม่ค่อยต่างกันเท่าไร กางเกงเอวสูงปานกลางจะทำให้หุ่นชัดเจนขึ้นว่าตรงไหนคือเอว ตรงไหนคือสะโพก นอกจากนี้เราสามารถใส่ชายเสื้อไว้ในกางเกงหรือมัดชายเสื้อก็ยังดูดี

เอวต่ำ
ปกติแล้วกางเกงขาสั้นเอวต่ำจะเหมาะกับสาวหุ่นบอบบาง หรือมีความสูง 165 ซม. ขึ้นไปเท่านั้น คนหุ่นไม่นางแบบจริง ไม่ว่าจะจับคู่กับเสื้อแบบไหนก็ยังออกมาดูอ้วนเตี้ยขาสั้นอยู่ดี ยกเว้นแต่ว่าคุณใส่กางเกงขาสั้นเอวต่ำคู่กับบิกินี ริมชายหาด กลับจะดูทะมัดทะแมงน่ารักดี ..
อยากใส่ขาสั้นไปทำงาน ลองเลือกกางเกงขาสั้น ที่มีความยาวเหมาะสมใส่คู่กับเสื้อแจ๊คเก็ตสุดเนี้ยบสิ นี่เป็นสไตล์ผู้บริหารสาวคนเก่งที่โดนใจจริงๆใส่สายเดี่ยวหรือเกาะอกยาวที่บานออก ไม่แนบลำตัว กับกางเกงขาสั้น ช่วยพรางสะโพกและก้นได้เป็นอย่างดี






ขนมไทย


ประวัติความเป็นมาของขนมไทย[แก้]
ในสมัยโบราณคนไทยจะทำขนมเฉพาะวาระสำคัญเท่านั้น เป็นต้นว่างานทำบุญ งานแต่ง เทศกาลสำคัญ หรือต้อนรับแขกสำคัญ เพราะขนมบางชนิดจำเป็นต้องใช้กำลังคนอาศัยเวลาในการทำพอสมควร ส่วนใหญ่เป็น ขนบประเพณี เป็นต้นว่า ขนมงาน เนื่องในงานแต่งงาน ขนมพื้นบ้าน เช่น ขนมครก ขนมถ้วย ฯลฯ ส่วนขนมในรั้วในวังจะมีหน้าตาจุ๋มจิ๋ม ประณีตวิจิตรบรรจงในการจัดวางรูปทรงขนมสวยงาม
ขนมไทยดั้งเดิม มีส่วนผสมคือ แป้ง น้ำตาล กะทิ เท่านั้น ส่วนขนมที่ใช้ไข่เป็นส่วนประกอบ เช่น ทองหยิบ ทองหยอด เม็ดขนุน นั้น มารี กีมาร์ เดอ ปีนา (ท้าวทองกีบม้า) หญิงสาวชาวโปรตุเกส เป็นผู้คิดค้นขึ้นมา
ขนมไทยที่นิยมทำกันทุกๆ ภาคของประเทศไทย ในพิธีการต่างๆ ก็คือขนมจากไข่ และเชื่อกันว่าชื่อและลักษณะของขนมนั้นๆ เช่น รับประทานฝอยทอง เพื่อหวังให้อยู่ด้วยกันยืดยาว มีอายุยืน รับประทาน ขนมชั้นก็ให้ได้เลื่อนขั้นเงินเดือน รับประทาน ขนมถ้วยฟูก็ขอให้เจริญ รับประทานขนมทองเอก ก็ขอให้ได้เป็นเอก เป็นต้น
ในสมัยรัชกาลที่ 1 มีการพิมพ์ตำราอาหารออกเผยแพร่ รวมถึงตำราขนมไทยด้วย จึงนับได้ว่าวัฒนธรรมขนมไทยมีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรครั้งแรก ตำราอาหารไทยเล่มแรกคือแม่ครัวหัวป่าก์
ในสมัยต่อมาเมื่อการค้าเจริญขึ้นในตลาดมีขนมนานาชนิดมาขาย และนับว่าเป็นยุคที่ขนมไทยเป็นที่นิยม

การแบ่งประเภทของขนมไทย[แก้]

แบ่งตามวิธีการทำให้สุกได้ดังนี้ [1]

วัตถุดิบในการปรุงขนมไทย[แก้]

ขนมไทยส่วนใหญ่ทำมาจากข้าวและจะใช้ส่วนประกอบอื่นๆ เช่น สี ภาชนะ กลิ่นหอมจากธรรมชาติ ข้าวที่ใช้ในขนมไทยมีทั้งใช้ในรูปข้าวทั้งเม็ดและข้าวที่อยู่ในรูปแป้ง นอกจากนั้นยังมีวัตถุดิบอื่นๆ เช่น มะพร้าว ไข่ น้ำตาล ซึ่งจะกล่าวถึงรายละเอียดดังต่อไปนี้

ข้าวและแป้ง[แก้]

การนำข้าวมาทำขนมของคนไทยเริ่มตั้งแต่ข้าวไม่แก่จัด ข้าวอ่อนที่เป็นน้ำนม นำมาทำข้าวยาคู พอแก่ขึ้นอีกแต่เปลือกยังเป็นสีเขียวนำมาทำข้าวเม่า ข้าวเม่าที่ได้นำไปทำขนมได้อีกหลายชนิด เช่น ข้าวเม่าคลุก ข้าวเม่าบด ข้าวเม่าหมี่ กระยาสารท ข้าวเจ้าที่เหลือจากการรับประทาน และที่นำไปทำเป็นแป้ง เช่น แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว นอกจากนั้นยังใช้แป้งมันสำปะหลังด้วย ส่วนแป้งสาลีมีใช้น้อย มักใช้ในขนมที่ได้รับอิทธิพลจากต่างชาติ[2]

มะพร้าวและกะทิ[แก้]

มะพร้าวนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของขนมไทยได้ตั้งแต่มะพร้าวอ่อนจนถึงมะพร้าวแก่ดังนี้ [2]
  • มะพร้าวอ่อน ใช้เนื้อผสมในขนม เช่น เปียกสาคู วุ้นมะพร้าว สังขยามะพร้าวอ่อน
  • มะพร้าวทึนทึก ใช้ขูดฝอยทำเป็นไส้กระฉีก ใช้คลุกกับข้าวต้มมัดเป็นข้าวต้มหัวหงอก และใช้เป็นมะพร้าวขูดโรยหน้าขนมหลายชนิด เช่น ขนมเปียกปูน ขนมขี้หนู ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของขนมไทย[3]
  • มะพร้าวแก่ นำมาคั้นเป็นกะทิก่อนใส่ในขนม นำไปทำขนมได้หลายแบบ เช่น ต้มผสมกับส่วนผสม เช่นกล้วยบวชชี แกงบวดต่างๆ หรือตักหัวกะทิราดบนขนม เช่น สาคูเปียก ซ่าหริ่ม บัวลอย

น้ำตาล[แก้]

แต่เดิมนั้นน้ำตาลที่นำมาใช้ทำขนมคือน้ำตาลจากตาลหรือมะพร้าว ในบางท้องที่ใช้น้ำตาลอ้อย น้ำตาลทรายถูกนำมาใช้ภายหลัง

ไข่[แก้]

เริ่มเป็นส่วนผสมของขนมไทยตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชซึ่งได้รับอิทธิพลจากขนมของโปรตุเกส ไข่ที่ใช้ทำขนมนี้จะตีให้ขึ้นฟู ก่อนนำไปผสม ขนมบางชนิดเช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ต้องแยกไข่ขาวและไข่แดงออกจากกัน แล้วใช้แต่ไข่แดงไปทำขนม [2]

ถั่วและงา[แก้]

ถั่วและงาจัดเป็นส่วนผสมที่สำคัญในขนมไทย การใช้ถั่วเขียวนึ่งละเอียดมาทำขนมพบได้ตั้งแต่สมัยอยุธยา เช่นขนมพิมพ์ถั่วทำด้วยถั่วเหลืองหรือถั่วเขียวกวนมาอัดใส่พิมพ์[4] ถั่วและงาที่นิยมใช้ในขนมไทยมีดังนี้[5]
  • ถั่วเขียวเลาะเปลือก มีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น ถั่วทอง ถั่วซีก ถั่วเขียวที่ใช้ต้องล้างและแช่น้ำค้างคืนก่อนเอาไปนึ่ง
  • ถั่วดำ ใช้ใส่ในขนมไทยไม่กี่ชนิด และใส่ทั้งเม็ด เช่น ข้าวต้มมัด ข้าวหลาม ถั่วดำต้มน้ำตาล ขนมถั่วดำ
  • ถั่วลิสง ใช้น้อย ส่วนใหญ่ใช้โรยหน้าขนมผักกาดกวน ใส่ในขนมจ่ามงกุฎ ใส่ในรูปที่คั่วสุกแล้ว
  • งาขาวและงาดำ ใส่เป็นส่วนผสมสำคัญในขนมบางชนิดเช่น ขนมเทียนสลัดงา ขนมแดกงา

กล้วย[แก้]

กล้วยมีส่วนเกี่ยวข้องกับขนมไทยหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นขนมกล้วย กล้วยกวน กล้วยเชื่อม กล้วยแขกทอด หรือใช้กล้วยเป็นไส้ เช่น ข้าวต้มมัด ข้าวเหนียวปิ้งไส้กล้วย ข้าวเม่า กล้วยที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นกล้วยน้ำว้า กล้วยแต่ละชนิดเมื่อนำมาทำขนมบางครั้งจะให้สีต่างกัน เช่น กล้วยน้ำว้าเมื่อนำไปเชื่อมให้สีแดง กล้วยไข่ให้สีเหลือง เป็นต้น[6]

สี[แก้]

สีที่ได้จากธรรมชาติและใช้ในขนมไทย มีดังนี้ [2]
  • สีเขียว ได้จากใบเตยโขลกละเอียด คั้นเอาแต่น้ำ
  • สีน้ำเงินจากดอกอัญชัน เด็ดกลีบดอกอัญชันแช่ในน้ำเดือด ถ้าบีบน้ำมะนาวลงไปเล็กน้อยจะได้สีม่วง
  • สีเหลืองจากขมิ้นหรือหญ้าฝรั่น
  • สีแดงจากครั่ง
  • สีดำจากกาบมะพร้าวเผาไฟ นำมาโขลกผสมน้ำแล้วกรอง

กลิ่นหอม[แก้]

กลิ่นหอมที่ใช้ในขนมไทยได้แก่ [2]
  • กลิ่นน้ำลอยดอกมะลิ ใช้ดอกมะลิที่เก็บในตอนเช้า แช่ลงในน้ำต้มสุกที่เย็นแล้วให้ก้านจุ่มอยู่ในน้ำ ปิดฝาทิ้งไว้ 1 คืน รุ่งขึ้นจึงกรอง นำนำไปใช้ทำขนม
  • กลิ่นดอกกระดังงา นิยมใช้อบขนมแห้ง โดยเด็ดกลีบกระดังงามาลนเทียนอบให้หอม ใส่ขวดโหลที่ใส่ขนมไว้ ปิดฝาให้สนิท
  • กลิ่นเทียนอบ จุดไฟที่ปลายเทียนอบทั้งสองข้างให้ลุกสักครู่หนึ่งแล้วดับไฟ วางลงในถ้วยตะไล ใส่ในขวดโหลที่ใส่ขนม ปิดผาให้สนิท
  • กลิ่นใบเตย หั่นใบเตยที่ล้างสะอาดเป็นท่อนยาว ใส่ลงไปในขนม


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ขนมไทยผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ขนมไทย


สัตว์น่ารัก

สัตว์ (อังกฤษAnimal) เป็นสิ่งมีชีวิตยูแคริโอตหลายเซลล์ในอาณาจักร Animalia (หรือเรียก เมตาซัว) แผนกาย (body plan) ของพวกมันสุดท้ายคงที่เมื่อพัฒนา แม้สัตว์บางชนิดมีกระบวนการการเปลี่ยนสัณฐานภายหลังในช่วงชีวิต สัตว์ส่วนใหญ่เคลื่อนที่ได้ สัตว์ทุกชนิดต้องกินสิ่งมีชีวิตอื่นหรือผลิตภัณฑ์ของสิ่งมีชีวิตเพื่อการดำรงชีพ (สิ่งมีชีวิตสร้างอาหารเองไม่ได้)
ไฟลัมสัตว์ที่รู้จักกันดีที่สุดปรากฏในบันทึกฟอสซิลเป็นสปีชีส์ภาคพื้นสมุทรระหว่างการระเบิดแคมเบรียน (Cambrian explosion) ประมาณ 542 ล้านปีก่อน สัตว์แบ่งเป็นกลุ่มย่อยหลายกลุ่ม บางกลุ่ม เช่น สัตว์มีกระดูกสันหลัง (นก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก สัตว์เลื้อยคลาน ปลา) มอลลัสกา (หอยกาบ หอยนางรม ปลาหมึก หมึกสาย หอยทาก) สัตว์ขาปล้อง (กิ้งกือ ตะขาบ แมลง แมงมุม แมงป่อง ปู ลอบสเตอร์ กุ้ง) สัตว์พวกหนอนปล้อง (ไส้เดือนดิน ปลิง) ฟองน้ำ และแมงกะพรุน
ประวัติ สุนัข
หมา หรือภาษาทางการว่า สุนัข เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมหลายชนิดหลายสกุลในวงศ์ Canidae ออกลูกเป็นตัว ลำตัวมีขนปกคลุม มีเขี้ยว คู่ เท้าหน้ามี นิ้ว เท้าหลังมี นิ้ว ซ่อนเล็บไม่ได้ อวัยวะเพศของสุนัขตัวผู้มีกระดูกอยู่ภายใน ชิ้น สุนัขที่ยังคงเป็นสัตว์ป่า เช่น หมาใน (Cuon alpinus) สุนัขที่เลี้ยงเป็นสัตว์บ้าน คือ ชนิด Canis lupus familiaris สุนัขเป็นสัตว์ที่มีหลายพันธุ์ เช่น ลาบราดอร์โกลเดินริทรีฟเวอร์ชิวาวา และอีกมากมาย มีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ดุและไม่ดุ พันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ เช่น โกลเด้น ลาบราดอร์ ที่มีขนาดเล็ก เช่น ชิวาวา ชิสุ ส่วนที่ดุ ได้แก่ ร็อดไวเลอร์ อัลเซเชียน สุนัขแต่ละพันธุ์จะมีนิสัยแตกต่างกัน
สุนัขพัฒนามาจากสัตว์กินเนื้อและล่าเหยื่อ ดังนั้นวิวัฒนาการของฟันสำหรับเคี้ยวเนื้อและกระดูกจึงยังคงมีอยู่ รวมทั้งการมีประสาทดมกลิ่นและตามล่าเหยื่อที่ดีมาก นอกจากนี้สุนัขยังมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงทำให้วิ่งได้เร็วและเร่งความเร็วได้เท่าที่ต้องการ ลักษณะการเดินของสุนัขจะทิ้งน้ำหนักตัวบนนิ้วเท้า ซึ่งส่งผลให้สุนัขเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วกว่าสัตว์ชนิดอื่น นอกจากนี้สุนัขยังมีสัญชาตญาณในการทำงานเป็นกลุ่ม ดังนั้นสุนัขจึงสามารถล่าสัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
[ +zoom ]
กระต่าย 
กระต่ายจัดเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก ขนปุย หูยาว เป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารัก น่าทะนุถนอม และเป็นสัตว์เลี้ยงที่แพร่หลาย ถิ่นอาศัยตามธรรมชาติของกระต่ายมีเกือบทั่วโลก




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น